ในเอนทรีนี้ใช้รูปภาพเยอะหน่อยละกัน......

 

วันเดินทางมาถึงแล้ว.........

เราไม่ได้นอนเลย เพราะต้องจัดกระเป๋า เวลามีว่างตั้งเยอะนะแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่จัดมาจัดวันที่จะเดินทาง

.....ตี 2 พ่อกับแม่มาถึง กรุงเทพ และมารับเราพร้อมกับขนของย้ายกลับบ้านที่ ตจวด้วยเลย...

มาถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิตี 4 แลกเงินรอมีเวลาอีก 2 ชั่วโมงก่อนจะ check in 

เราเลย...นอนที่สนามบินรอกับพ่อ...

เวลาผ่านไป ตี 5 ครึ่งแล้ว ! เราเดินขึ้นไปตรงขาออกนอกประเทศตรงที่เช็คอินไปรอตามช่องที่เพื่อนนัด

และแล้วก็ได้เช็คอินขอที่นั่งติดหน้าต่างไปซะเลย...

ร่ำลาพ่อกับแม่เรียบร้อย อีก3เดือนเจอกันและตอนนี้ต้องเข้าเกทได้แล้ว.....

ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว...

เราเดินทางกับสายการบิน JAL (Japan Airline) นี่เป็นการนั่งเครื่องบินครั้งแรกของเราเลย

รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เราเดินทางพร้อมกับรวมเพื่อนเป็น 9 คน

เครื่อง Landing แล้ว...

ระหว่างที่เราอยู่บนเครื่องเราก็ฟังเพลง ดูหนังในจอที่อยู่ตรงหน้าเราบนเครื่อง กดเลือกภาษาอังกฤษเท่านั้นก็รู้เรื่องล่ะ

และแล้วแอร์โฮสเตสก็เสิร์ฟอาหารมีให้เลือกด้วยนะ

เราเลือกกระเพราอีกอย่างนึงจำไม่ได้แล้วว่าคืออะไร และก็ยังมี่ไอศกรีมของHargen Dazsด้วยอีกแน่ะ.... แง่มๆๆ :P

แอบคิดนะถ้าไปกับสายการบินที่เอเจนซี่หาให้จะเป็นแบบนี้ไหมนะ... ฮ่า ๆๆ

อยู่บนฟ้าก็ต้องมองฟ้า...

และแล้วเราก็ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงญี่ปุ่นแล้ว.....

มองเห็นด้านล่างเป็นน้ำ..และถ้ามองไกลๆไปจะเห็นภูเขาไฟ คล้ายภูเขาไฟฟูจิ..ตื่นเต้นมากกก...เสียดายไม่มีรูป =z=

การเดินทาง 6 ชั่วโมงก็มาถึง สนามบินนาริตะแล้ว เราต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่นี่เพื่อต่อสายการ

AA (American Airline) เครื่องบินลำใหญ่เราได้นั่งแถวกลาง 5ที่ กับน้องที่ไปด้วยกัน 3 คนและมีฝรั่งนั่งข้าง 2 คน

ครั้งนี้เราต้องแยกกับเพื่อนอีก 4 คนและเดินทางพร้อมน้องอีก 4 คนเพราะว่าตอนจองที่นั่งว่างแค่ 5 ที่จากญี่ปุ่นไปอเมริกา

 

เราออกจากที่ญี่ปุ่นก็เย็นแล้ว เวลาเดินทางเลยเป็นช่วงกลางคืน

อาจจะเป็นเรื่องปกติถ้าตกหลุมอากาศบ้าง...

เราหลับตั้งแต่ขึ้นเครื่องไปแล้ว..ตื่นก็ตอนที่แอร์มาเสิร์ฟอาหารละสักพักก็หลับต่อ

เรารู็สึกถึงการตกหลุมอากาศที่ค่อนข้างแรงอยู่แต่เราง่วงเลยไม่ได้ตื่นลืมตามาดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นไหม..คิดแค่ว่าเดี๋ยวก็ถึงแล้ว

         เอาล่ะเรานอนมามากแล้วอีก แอร์เสิร์ฟอาหารรอบที่ 2เราก็กินอิ่มเรียบร้อย ดูเวลาและระยะทางที่หน้าจอก็อีกแค่ 4 ชั่วโมงจะถึงแล้ว เราก็ดูหนังที่หน้าจอ ฟังเพลงไป...อีก 1 ชมจะถึงแล้ว

เราต้องเตรียมตัวแล้วล่ะเพราะกัปตันหรือแอร์นี่แหละพูดทางไมค์แล้วว่าจะลงจอดที่สนามบินในอีกไม่ช้าแล้ว

อ่อ...แอร์โฮสเตสแจกกระดาษให้เราเขียนด้วย ไว้ยื่นที่ตม.

ถึงแล้ว สนามบิน Dallas, Texas รวมระยะเวลาก็ 12 ชั่วโมงจากญี่ปุ่นมาถึงอเมริกา

     เราต้องมาผ่านตม.ที่นี่ เราลงจากเครื่องแล้วก็ตะลึงกับบรรยากาศว่าเรามาถึงแล้วนะอเมริกามัวแต่ถ่ายรูป ส่วนผู้โดยสารคนอื่นๆรีบเดินกันอย่างไว เราก็ไม่เอะใจสงสัยเค้ารีบ..ฮ่าา ๆ แต่ที่ใหนได้เราต้องผ่าน ตม. ที่นี่นะ เพิ่งรุ้ก็ตอนที่ลงจากเครื่องนี่แหละ ... ความพร้อมอยู่ไหน ? เราก็ต่อแถวจากตอนแรกคนยังไม่เยอะเพราะมีแต่ผู้โดยสารจากเครื่องบินลำเดียวกับเรา แต่ๆ ๆ ที่ไหนได้ผู้โดยสารจากลำอื่นกำลังทะยอยเดินมาแค่เวลาไม่นานคนแน่นแล้ว... เรายืนรอต่อแถวสักพัก เราคิดว่าคงได้ไปพร้อมน้องแน่ ๆ เพราะเป็น J1 visa ที่เดินทางมาด้วยกัน แต่เราโดนตัดไปจากน้อง...คือจะหัวแถวเลย..แล้วเราก็เดินไปตรงช่อง ตม. ที่จะสัมภาษณ์

    ตม. ผู้หญิงเค้าค่อนข้างดุนะ ดุกว่า โหดกว่าตอนสัมภาษณ์วีซ่าเยอะเลย.... เอาล่ะต้องตอบคำถาม ตม.ล่ะ ถามภาษาอังกฤษแต่เราแปลออกประมานนี้

  1. ตม. : เป็นนักเรียน J1 หรอ ?
  2. เรา : ใช่คะ

ละตม.ก็ดูในวีซ่าและใบ DS เราละถามต่อ

  1. ตม. : มาทำอะไร ?
  2. เรา : มา Summer work and travel program (เราก็ตอบไปแบบนี้)
  1. ตม. : ทำงานอะไรที่ไหน เมืองอะไร กับใคร 
  2. เรา : ทำงานเสิร์ฟที่โรงแรม...เมือง...รัฐ Kentucky
  1. ตม. :  มีอะไรต้องสำแดงรึเปล่า  (เรากรอกในใบว่าไม่มีอะไรต้อง declare)
  2. เรา : ไม่มีค่ะ

      จากนั้น ตม. ผู้หญิงก็ยื่นพาสปอร์ตคืนให้เรา คือดูดุมากนะภาวะสถานการณ์ตอนนั้น....แต่โล่งผ่านมาแล้ว

      อเมริกา ฉันมาถึงแล้ว !!!

จากนั้นเราก็รอน้องอีก 4 คน เพื่อจะไปเอากระเป๋าสัมภาระซุ่งอยู่ข้างล่าง ..

     พวกเราได้กระเป๋าสัมภาระครบแล้ว..ขนณะที่นั่งพักแป๊บ ๆก็มีเจ้าหน้าที่เดินมา พร้อมกับจูงน้องหมาบีเกิลมาด้วย เค้าถามว่ามาจากที่ไหนกันพวกเราก็บอก Thailand เค้าก็พูดทักทายกลับมาด้วยคำว่า "สวัสดีครับ" คือพูดชัดมาก..... แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพูดกับเราอยู่นั้น เจ้าน้องหมาน้อยบีเกิลก็ทำงานไปด้วย คือดมกลิ่นค่ะ  แต่เหมือนว่าจะไม่ได้กลิ่นอะไรนะ ...เจ้าหน้าที่เลยเดินไปทักท่านอื่นต่อไป...

   เอาล่ะเราต้องไป check in และหาเคาท์เตอร์ AA ต่อเพื่อบินไปที่เมือง Louisville, Kentucky เราเดินไปถามที่ประชาสัมพันธ์และเค้าก็บอกให้เดินไปทางซ้ายมือ และแล้วก็เจอ...เราทำการ check in และ โหลดสัมภาระเรียบร้อย และเดินผ่านตรงสแกนและเข้าไปยังเกท... คือว่ามันเหมือนอีกฟากเลยจากตรงที่เราคุยกะ ตม. มะกี้....

ภายในสนามบินกว้างมากแต่เราต้องไปอีกเทอมินอลนึงแต่แวะนั่งเล่น wifi ที่เทอมินอลนี้ก่อน

สังเกตุเห็นเจ้าหน้าที่หลายๆคน จะแต่งตัวเป็น Cow boy กันทั้งนั้นคือทุกคนเลยก็ว่าได้..

เราแวะซื้อขนมและน้ำนิดหน่อยมานั่งกินรอ...เลย์คลาสสิกของที่นี่ซองก็ไม่ต่างนะกับที่ไทย...

    ในสนามบิน Dallas กว้างและใหญ่มาก เราต้องไปที่ Terminal นึงซึ่งเราจำไม่ได้ว่า D หรืออะไรนี่แหละคือมันอยู่ไกลมากต้องนั่งรถไฟฟ้า Sky link ที่เค้ามีบริการระหว่างเทอมินอล  และบรรไดเลื่อนของสนามบินนี้ชันซะเหลือเกินไม่พอแต่ยังจะสูงไปไหนเนี่ย ?! 

เรายื่นอยู่เทอมินอล A ตรงนี้ต้องขึ้นบรรไดเลื่อนเพื่อไปยังสถานี Sky link ด้านบน..

       ภายใน Skylink ก็จะมีป้ายบอกและมีเจ้าหน้ายืนอยู่เราก็ไปถามเค้าว่าจะไปเทอมินอลปลายทางเรายังไง...คล้าย BTS แต่เล็กกว่ามากและไวมาก ๆ

บรรยากาศด้านใน...

อีกไม่ไกลก็จะถึงล่ะ..แต่เทอมินอลเราคือเกือบสุดท้ายหรือสุดท้ายเลยนี่แหละ...

เหมือนกับนั่งออกมาเกือยนอกเมืองอ่ะ อารมณ์ตอนนั้นประมานนี้ ฮ่า ๆ....

.....ทริปการเริ่มต้นในการเดินทางใกล้ถึงปลายทางล่ะขอยกไปเอนทรีถัดไปล่ะกันเนอะ...

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet